การเขียนบทความสำหรับเว็บไซต์หรือเว็บบล็อก

การเขียนบทความหรือเนื้อหาประเภทข้อความ นิยมใช้กับสื่อออนไลน์แทบจะทุกเครื่องมือ เช่น เว็บไซต์ เว็บบอร์ด เว็บบล็อก รวมถึงโพสต์และความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์  การเขียนบทความในบางสื่อออนไลน์ใช้คำว่า โพสต์ (Post) ซึ่งหมายถึงการประกาศเนื้อหาหรือข่าวสาร

ดังนั้นผู้เขียนจะขอใช้คำว่าโพสต์เพื่อสื่อความหมายให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น (eMarketing Institute, 2018, pp. 39)  รูปแบบของการโพสต์มีดังนี้

          1. โพสต์ข่าว (News Post) เป็นการเขียนบทความเกี่ยวกับข่าวสาร การอัปเดต และกิจกรรมต่าง ๆ ของธุรกิจ เป็นโพสต์ที่มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การโพสต์ข่าวจึงควรวิเคราะห์ว่าเนื้อหาบทความควรเป็นเนื้อหาที่อัปเดตเป็นปัจจุบันทุกวัน หรือเป็นเนื้อหาที่ผ่านมาแล้วสองถึงสามสัปดาห์แต่เป็นการวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ปัจจุบันโพสต์ข่าวเป็นที่นิยมแก่ผู้อ่านเนื้อหาเนื่องจากเป็นการให้ข้อมูล ทำให้ผู้อ่านสามารถติดสถานการณ์และแนวโน้มข้อมูลที่นำเสนอได้

          2. โพสต์นำเสนอวิธีการ (How to Post) เป็นการโพสต์เพื่อให้ความรู้ สาธิต สอนและนำเสนอวิธีการเกี่ยวกับบางอย่าง เช่น วิธีการใช้สินค้า การทำอาหารและการขับรถยนต์ ให้แก่ผู้รับเนื้อหา โพสต์ประเภทนี้จึงมีประโยชน์ต่อผู้อ่าน ดังนั้นการเขียนบทความจึงควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายไม่เป็นทางการมากนัก แต่เน้นให้ผู้อ่านสามารถปฏิบัติตามได้ โดยใช้ภาพเพื่ออธิบายเสริมความเข้าใจร่วมกับข้อความ หากโพสต์ช่วยแก้ปัญหาได้ โพสต์นั้นจะได้รับการแบ่งปันหรือแชร์ต่อไปยังสื่อออนไลน์อื่น เช่น สื่อสังมออนไลน์ เว็บบล็อกและเว็บบอร์ด รวมถึงส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา (SEO) ของเสิร์ชเอนจิน (Search Engines)

          3. โพสต์ข้อมูล (Data Post) เป็นโพสต์ที่อยู่ระหว่างโพสต์ข่าวและโพสต์นำเสนอวิธีการ เนื่องจากเป็นการนำเสนอข้อมูลและแนวโน้มของสิ่งต่าง ๆ ที่น่าสนใจในปัจจุบัน การโพสต์ควรให้ข้อมูลที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงร่วมกับความเป็นปัจจุบันและมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับแนวโน้มสุขภาพของคนไทย การรักษาสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับอาหารเสริมที่ธุรกิจกำลังทำการตลาด

          4. โพสต์บทวิจารณ์ (Reviews) หรือเรียกว่า “รีวิว”  เป็นโพสต์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้ซื้อเป็นอย่างมาก เนื่องจากเนื้อหาประเภทนี้ผู้เขียนบทความจะต้องค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองรีวิว ส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาเชิงสาธิตหรือปฏิบัติ ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้บริโภค
โดยส่วนใหญ่มักแทรกเนื้อหาประเภทรูปภาพ วิดีโอ ในบทความด้วย หากมีการอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งอื่นผู้เขียนบทวิจารณ์ควรมีการอ้างอิงลิงก์ไปยังแหล่งข้อมูล และลิงก์ไปยังตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ผู้อ่านคลิกซื้อสินค้าได้ทันที ซึ่งผู้เขียนจะได้รับส่วนแบ่งจะหากผู้อ่านซื้อสินค้า

          5. โพสต์ลิงก์ (Link Post) เป็นการสร้างเนื้อหาเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่น ๆ แนวคิดในการสร้างโพสต์ประเภทนี้คือ ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับค้นหาข้อมูลทั้งภายในและภายนอกเว็บไซต์ ซึ่งการสร้างลิงก์ควรใส่คำอธิบายเกี่ยวกับลิงก์นั้นว่าเป็นลิงก์เกี่ยวกับอะไรหรือข้อมูล
ประเภทใด

          6. โพสต์รายการ (List Post) เป็นโพสต์ที่นิยมเนื่องจาก สามารถใช้งานได้จริงและง่ายต่อการมองเห็น โพสต์แบบรายการจะแสดงโครงสร้างของเว็บไซต์หรือเรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องการนำเสนอ ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์เกี่ยวกับการสอนทำอาหาร สร้างโพสต์รายการ “5 รายอาหารที่คุณสามารถทำเองง่าย ๆ ที่บ้านเพียง 5 นาที” 

          7. บันทึกพอดคลาสต์และวิดีโอ (Podcast and Video Note) เนื่องจากเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา (SEO) โปรแกรมค้นหาไม่สามารถจัดทำดัชนีเนื้อหาประเภทเสียงหรือวิดีโอได้ นักการตลาดจึงควรทำการใส่บันทึกย่อเกี่ยวกับรายละเอียดของเสียงหรือวิดีโอและคำหลัก (Keyword) เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาและติดอันดับต้น ๆ ในหน้าแสดงผลลัพธ์การค้นหา

          8. การสัมภาษณ์ (Interviews) เป็นการนำเสนอเนื้อหาจากเจ้าของบทความ
ผู้ถูกสัมภาษณ์ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับสินค้า ประเด็นสำคัญและเนื้อหาในเว็บไซต์ บทความสัมภาษณ์สามารถสื่อสารไปยังผู้อ่านหรือกลุ่มเป้าหมาย หากการสัมภาษณ์นั้นเป็นประเด็นที่น่าสนใจหรือเกี่ยวข้องกับกระแสสังคมในขณะนั้นจะเกิดการแชร์ การแสดงความคิดเห็นของผู้อ่านไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งช่วยเพิ่มการรับรู้และการเข้าถึงเนื้อหาและส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตราสินค้า

          9. กรณีศึกษา (Case Studies) เป็นโพสต์หรือบทความยกตัวอย่างเกี่ยวกับประเด็นที่นำเสนอ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจสามารถเปรียบเทียบข้อเท็จจริงระหว่างเนื้อหาบทความกับกรณีศึกษาจริง ซึ่งหากบทความนั้นมีเนื้อหาและข้อมูลปริมาณมาก ๆ การอ้างอิงและจำนวนลิงก์จะมากตามไปด้วย 

          10. โพสต์ของผู้เยี่ยมชม (Guest Post) เป็นการโพสต์ของผู้เยี่ยมชมในบทความของเว็บไซต์ โพสต์ประเภทนี้จะส่งผลต่อความคิดเห็นของสามาชิกและผู้เยี่ยมชมอื่น ๆ โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นของผู้ที่มีบทบาทสำคัญและมีการโพสต์ตอบอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นจะเห็นว่าสื่อออนไลน์ต่าง ๆ จะให้ความสำคัญโดยเพิ่มส่วนเสริม เช่น ให้ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถกำหนดไอคอน ภาพโปรไฟล์ ให้แก่สมาชิกที่มีส่วนร่วมและสร้างความภูมิใจกระตุ้นให้สมาชิกอื่นร่วมตอบและแสดงความคิดเห็น

อนุศักดิ์ รัตนกนกกาญจน์

eMarketing Institute. (2018). Content marketing : Content marketing Fundamentals. Denmark : eMarketing Institute

Scroll to top